หูด เรื่องเล็กชวนหนักใจ รักษาได้หลายวิธี

หูด เรื่องเล็กชวนหนักใจ รักษาได้หลายวิธี

หูดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่สร้างปัญหากวนใจให้ใครหลายคน โดยโรคดังกล่าวนอกจากจะสร้างความรำคาญและความเจ็บปวดแล้ว ยังสร้างความไม่มั่นใจให้เราอีกด้วย หูดเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่ายแต่หายยาก ถึงแม้ว่าหูดจะเป็นโรคที่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัยแต่ก็ยังสามารถรักษาได้หลายวิธี โดยสามารถอ่านรายละเอียดของโรคและวิธีการรักษาได้จากบทความนี้

 

หูดคืออะไร ? 

หูด คือโรคผิวหนังชนิดหนึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) โดยมีลักษณะเป็นตุ่มแข็งมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่หลายเซ็นติเมตร ตำแหน่งที่พบได้บ่อย ๆ คือ มือ เท้า ส่วนที่หน้ามักพบเป็นหูดเม็ดแบน ๆ เล็ก ๆ และส่วนใหญ่จะพบได้เยอะในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ หูดเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสและการมีเพศสัมพันธ์ 

 

ลักษณะของหูด

หูดมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับลักษณะของผื่นที่เกิดขึ้นและบริเวณที่เป็นหูด 

  1. ชนิดชนิดทั่วไป (Common warts) พบได้บ่อยที่สุด มีลักษณะนูนเป็นตุ่มกลมแข็ง ผิวหยาบ ขรุขระ ออกเป็นสีเทา ๆ เหลือง ๆ หรือสีน้ำตาล มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 - 10 มิลลิเมตร มักขึ้นบริเวณที่ถูกเสียดสีได้ง่าย เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อศอก ข้อเข่า ใบหน้า หนังศีรษะ เป็นต้น และอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
  2. หูดคนตัดเนื้อ (Butcher's warts) เป็นหูดที่เกิดจากการติดต่อจากคนสู่คน มักพบในผู้ประกอบอาชีพที่ต้องสัมผัสเนื้อดิบ ลักษณะของหูดจะเหมือนกับหูดทั่วไป แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าและมีผิวขรุขระมากกว่า โดยมักจะพบที่มือเป็นส่วนใหญ่
  3. หูดที่ฝ่ามือฝ่าเท้า (Plamar warts and Plantar warts) หูดชนิดนี้มีลักษณะเป็นตุ่มกลม นูนเล็กน้อย ผิวขรุขระ ถูกล้อมรอบไปด้วยผิวหนังที่หนาตัวขึ้น ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บ จะมีลักษณะคล้ายกับตาปลา แยกกันได้ตรงที่หูดเมื่อใช้มีดตัดออกอาจมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย และอาจแสดงอาการเจ็บได้ ส่วนตาปลาจะไม่แสดงอาการเจ็บ หูดที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจเกิดรวมกันเป็นกลุ่มจนทำให้ดูเป็นหูดที่มีขนาดใหญ่ได้ มีผิวขรุขระ และแข็งกว่าผิวหนังปกติ เมื่อตัดส่วนบนของหูดออกแล้วจะเห็นเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านใน และมีจุดเลือดออก
  4. หูดชนิดแบนราบ (Plane warts, Flat warts) มีลักษณะนูนขึ้นจากผิวเพียงเล็กน้อย พบได้ที่บริเวณใบหน้า หน้าผาก หลังมือ มีขนาดตั้งแต่ 1 - 5 มิลลิเมตร จำนวนตั้งแต่ 2 - 3 ตุ่มขึ้นไป และบางรายอาจรวมกันเป็นกลุ่ม
  5. หูดที่เป็นติ่ง (Filiform warts) หูดชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นติ่งเนื้อเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ที่หนังตา ใบหน้า ริมฝีปาก
  6. หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum) หูดชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มกลม ผิวเรียบ มีรอยบุ๋มตรงกลาง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอมซีวี (Molluscum contagiosum virus)
  7. หูดอวัยวะเพศ หรือ หูดหงอนไก่ (Condyloma accuminata) เป็นหูดที่พบที่อวัยวะเพศภายนอกทั้งชายและหญิง มักติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ จะมีลักษณะติ่งเนื้องอกอ่อน คล้ายหงอนไก่หรือดอกกะหล่ำ

 

หูดติดต่ออย่างไร 

หูดติดต่อได้โดยการสัมผัสผิวหนังเป็นแผลที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ซึ่งเชื้อใช้เวลาแบ่งตัวอยู่หลายเดือนจนเกิดเป็นเม็ดหูด พบได้บ่อยในเด็กและผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน



วิธีรักษาหูด 

หูดเป็นโรคผิวหนังที่สามารถรักษาได้หลายวิธี ผู้ป่วยบางคนอาจดูแลอาการและรักษาหูดให้หายไปได้เองโดยไม่ต้องไปพบแพทย์ แต่บางรายหูดที่เกิดขึ้นอาจมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยมีการรักษาหลายรูปแบบ ดังนี้

  • การใช้ยาป้ายที่หูด เป็นที่นิยมจ่ายในร้านยาเนื่องจากราคาไม่ค่อยแพง และเข้าถึงง่ายใช้สะดวก ยาป้ายที่นิยมใช้กันมีหลายยี่ห้อ เช่น ConCon, Verrumol, Podophyllin, Imiquimod เป็นต้น
  • จี้ด้วยความเย็น โดยการใช้ไนโตรเจนเหลวจี้ที่หูด ซึ่งการรักษาวิธี้ต้องอยู่ในความดูแลแพทย์ผิวหนังเท่านั้นง
  • จี้ด้วยไฟฟ้า วิธีนี้ให้ผลค่อนข้างดี แต่เจ็บและอาจมีแผลเป็นได้
  • จี้ด้วยเลเซอร์ เช่นเดียวกับวิธีจี้ไฟฟ้า แต่ให้ผลดีกว่าในกรณีที่รักษายาก

 

หูดเป็นโรคผิวหนังที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็สามารถเป็นซ้ำได้อีกเช่นกันหากยังมีปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส HPV อยู่ ดังนั้น ใครที่เป็นหูดควรรีบรักษาให้หายโดยเร็ว หากปล่อยไว้อาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายหรือแพร่สู่ผู้อื่นได้ 

 

ภญ.สุวิสา ม่วงมิตร

ภ.30406

ผู้เขียน 

บทความการดูแลสุขภาพ