7 เรื่องควรทราบเกี่ยวกับน้ำยาบ้วนปาก

7 เรื่องควรทราบเกี่ยวกับน้ำยาบ้วนปาก

วิธีใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างถูกวิธี ทำตามคำแนะนำในฉลากผลิตภัณฑ์ก็ไม่มีปัญหา แต่การใช้น้ำยาบ้วนปากให้มีประสิทธิภาพ คุ้มราคา และถูกสุขลักษณะในทุกช่วงวัย มีเรื่องที่ควรทำความเข้าใจหลายอย่าง

 

น้ำยาบ้วนปากควรบ้วนใน 10-60 วินาที

น้ำยาบ้วนปากควรกลั้วคอในเวลาที่กำหนด เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดกลิ่นปากหรือทำให้เกิดปัญหาในช่องปากได้ดี

การกลั้วด้วยน้ำยานานเกินไป อาจทำให้ฟันเกิดการผุกร่อน ฟันดำ ฟันสีเปลี่ยนไปจากเดิมได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงในช่องปาก

หากพบว่ามีความผิดปกติในช่องปาก ควรปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์ หรือเภสัชกรโดยเร็วและบอกผลิตภัณฑ์กับวิธีใช้โดยละเอียด

 

น้ำยาบ้วนปากลดกลิ่นปากได้ชั่วคราว 3 ชั่วโมง

การใช้น้ำยาบ้วนปาก เป็นการแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะว่าเวลาที่เราบ้วนเสร็จ ก็จะรู้สึกว่าเราจะมีลมหายใจที่สดชื่นขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น อาจมีกลิ่นปากเกิดขึ้นภายหลัง 

สำหรับคนที่กังวลเรื่องกลิ่นปาก อาจพกน้ำยาบ้วนปากขวดเล็กไว้ติดตัว เพื่อใช้ในช่วงหลังรับประทานอาหารหรือทานขนมที่มีกลิ่นแรง อาจเลือกใช้พวกหมากฝรั่งในบางสถานการณ์ก็ได้เช่นกัน

ถ้าเรามีสุขภาพภายในช่องปาก ก็คือ มีปัญหาของเรื่องกลิ่นปากเป็นประจำ ก็จะแนะนำให้พบทันตแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อาจจะเป็นโรคปริทันต์ หรืออาจจะมีฟันผุ ที่เป็นรอยผุลึก แล้วมีเศษอาหารอัดติด ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นปากขึ้นมาได้

 

บางคน ควรใช้แบบผสมฟลูออไรด์

ในความเป็นจริงแล้ว การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ อาจจะไม่จำเป็นสำหรับประชาชนทุกคน เพราะว่าถ้าเราสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ดี ไม่มีฟันผุภายในช่องปาก
การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ก็ไม่จำเป็น เพราะเราสามารถหาฟลูออไรด์ได้จากยาสีฟัน หรือแม้กระทั่งน้ำดื่มของเราก็มีปริมาณฟลูออไรด์ อยู่ในระดับหนึ่งที่จะสามารถ ช่วยป้องกันการเกิดปัญหาฟันผุได้

กลุ่มที่ควรใช้ คือ ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการที่จะเกิดฟันผุได้ง่าย หรือผู้ป่วยที่ผ่านการฉายรังสีรักษา หรือเคมีบำบัดมะเร็ง บริเวณช่องปาก แล้วก็ลำคอ บริเวณใบหน้า ที่จะมีความเสี่ยง ต่อการเกิดฟันผุตามมา หลังจากทำเคมีบำบัดได้

 

น้ำยาบ้วนปากหลังแปรงฟันทันที หรือ รอสัก 30 นาทีก็ได้

ตามทฤษฎี ในกรณีผู้ใช้มีระยะเวลาพอที่จะสามารถรอ หลังจากที่แปรงฟันได้ ก็ให้ฤทธิ์ของยาสีฟัน ออกฤทธิ์ได้เต็มที่ก่อน แล้วก็เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 30 นาที ค่อยมาใช้น้ำยาบ้วนปาก ที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ หรือน้ำยาบ้วนปากที่ใส่สารฆ่าเชื้อ
เช่น คลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) เพื่อเสริมประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

ในทางปฎิบัติ จะบ้วนปากหลังแปรงฟันทันทีก็ได้ ซึ่งจากการศึกษาแล้วก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพที่มันแตกต่างกันมากและไม่มีผลเสีย ถ้าคนไม่อยากรอนานก็ใช้ผลิตภัณฑ์หลังแปรงฟันก็ได้

 

ไม่ต้องบ้วนน้ำตาม ไม่ควรดื่มน้ำหรือกินอาหารหลังบ้วน 30 นาที

การบ้วนน้ำตามจะทำให้ฤทธิ์ของน้ำยาบ้วนปากถูกชะล้างออกไปจากน้ำที่เราบ้วน น้ำยาลดกลิ่นปากต่างๆ จึงไม่ควรทานน้ำหลังจากนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อที่จะให้ประสิทธิภาพของสารที่อยู่ในน้ำยาบ้วนปาก สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

 

เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่ควรใช้

เนื่องมาจาก เด็กอายุช่วงนี้ อาจจะยังบังคับการกลืน หรือ การบ้วนได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอเท่ากับผู้ใหญ่ อาจจะมีเผลอพลั้ง กลืนฟลูออไรด์ลงไป ซึ่งการบริโภค หรือ การทานฟลูออไรด์ หรือการได้รับฟลูออไรด์ ในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจจะเกิดผลเสียต่อการสร้างเนื้อฟัน ของเด็กในช่วงอายุต่าง ๆ

 

ปกติไม่ต้องใช้น้ำยาบ้วนปากก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ก็ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นประจำทุกวัน

น้ำยาบ้วนปาก เป็นทางเลือกเพื่อช่วยดูแลสุขภาพปากและลดกลิ่นปาก ควบคู่กับผลิตภัณฑ์อื่น แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคน บางคนอาจเหมาะกับ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมเฉพาะมากกว่า

ถ้ามีเหตุที่จะต้องใช้สำหรับผู้ใหญ่ หรือเด็ก ก็ควรจะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์ หรือถ้าไม่ได้ไปทำฟัน ก็ลองปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาก็ได้เช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: ชัวร์ก่อนแชร์ Sure And Share, ผศ.ทญ.ศิริกาญจน์ อรัณยะนาค
ภาพประกอบ: Freepik

 

ช้อป น้ำยาบ้วนปาก ที่ Fascino คลิ๊ก >> Link

 

บทความแนะนำ

 

หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา และปัญหาเรื่องสุขภาพ สามารถปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยา Fascino ผ่านระบบเทเลฟาร์มมาซี เรายินดีให้คําปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพทุกช่องทาง

บทความการดูแลสุขภาพ