
ช่วงกลางปี 2565 โอมิครอนสายพันธุ์ใหม่ BA.4, BA.5 เข้าไทยมาได้สักระยะแล้วและน่าจะแทนที่สายพันธุ์เดิมในเวลาสั้นๆ ซึ่งสายพันธุ์ย่อย BA.1-BA.2 ไม่ค่อยเป็นประเด็นและไม่น่ากลัว เนื่องจากไม่แตกต่างกันและคนไทยฉีดวัคซีนในสัดส่วนที่สูงมาก ทำให้ไม่ค่อยมีคนป่วยและคนตายเท่าปีที่ผ่านมา จนไม่ได้เป็นที่สนใจ อย่างไรก็ตาม ได้พบผู้ป่วยในสัดส่วนที่มากขึ้นในสัดส่วนที่สุ่มตรวจเกือบ 50% มีคนติดซ้ำ และพบว่ารุนแรงกว่าช่วงต้นปีเดียวกัน ซึ่งคาดว่ามาจากสายพันธุ์ใหม่ จนโควิด-19 BA.4, BA.5 กลายเป็นประเด็นพูดถึงอีกครั้ง
ลงปอดมากขึ้น รุนแรงเหมือนเดลต้า
เมื่อช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 มีการแพร่ระบาดโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น
ทาง WHO ได้ประกาศสายพันธุ์ย่อยที่ต้องระวัง 3 สายพันธุ์ คือ BA.2.12.1, BA.4 และ BA.5 ที่มีความคล้ายสายพันธุ์เดลต้า แพร่ในเซลล์ปอดได้ดี
เมื่อดูจากโครงสร้าง สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 การกลายพันธุ์ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิมอู่ฮั่นเกือบ 80 และ 90 ตำแหน่ง ตามลำดับ จึงมีความสามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้นแม้จะฉีดวัคซีนมาแล้วหลายเข็ม
มีรายงานพบในไทยมาระยะหนึ่ง และพบมากขึ้นในเดือนมิถุนายน จนเริ่มเป็นที่สนใจ จากการที่มีคนใกล้ตัวติดมากขึ้น ติดซ้ำง่ายขึ้น และรุนแรงกว่าโควิดโอมิครอนก่อนหน้านั้น
คุณสมบัติของ BA.4 / BA.5
| สายพันธุ์ | BA.4-BA.5 | BA.1-BA.2 |
| เพิ่มจำนวนได้ดี |
เซลล์ปอด (ลงปอดง่ายขึ้นเหมือนเดลต้า) |
เซลล์ของเยื่อบุระบบทางเดินหายใจส่วนบน |
| หลบภูมิ แพร่กระจาย ติดซ้ำ | หลบเก่งขึ้นกว่าสายพันธุ์ย่อย BA.1-BA.2 | เก่งกว่าสายพันธุ์หลักก่อนโอมิครอน |
| อาการ | หลายอาการคล้ายสายพันธุ์เดลต้า | น้อยกว่าสายพันธุ์หลักก่อนโอมิครอน |
| โอกาสติดโอมิครอนซ้ำ |
โอกาสติดสูงขึ้น เพราะลักษณะต่างจาก BA.1-BA.2 |
ติดสายพันธุ์เดิมยาก |
โดยรวม ความน่ากลัวของสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 คือ หลายอาการที่มากขึ้นจากเดิม ทั้งหายใจลำบาก ท้องเสีย และมีโอกาสติดซ้ำได้อีก มีแนวโน้มต้องเข้ารักษาโรงพยาบาลมากขึ้น
โดยเฉพาะคนที่เคยติดโอไมครอน BA.1, BA.2 มาก่อน ก็สามารถติด BA.4-BA5 ได้ง่ายเพราะลักษณะตำแหน่งการกลายพันธุ์ที่แตกต่างกันมาก
ด้านแพทย์ยกงานวิจัยจากสหรัฐฯ มีผลการศึกษาพบว่า
- การติดเชื้อโควิดซ้ำจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากสาเหตุต่างๆ มากขึ้น 2 เท่า
- มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น 3 เท่า
- มีความผิดปกติในอวัยวะต่างๆ 1.5-2 เท่า
- แม้ว่าจะฉีดวัคซีนมา 4 เข็มขึ้นไป หรือเคยติดโควิดมาก่อน ก็ยังคงติดได้ คนติดเชื้อซ้ำเกิดขึ้นได้เสมอและง่ายขึ้นในสายพันธุ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานถึงผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลมากขึ้นจนล้นโรงพยาบาลเหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากวัคซีนยังมีผลในการลดความรุนแรง และลดความแรงจาก Long Covid ที่เกิดหลังติดเชื้อลง จึงยังไม่ถึงกับต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สำหรับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กเล็ก ควรเฝ้าระวังตัวให้มากขึ้น และควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ BA.4-BA.5 อย่างใกล้ชิด สวมหน้ากากเมื่อจำเป็น และฉีดวัคซีนตามที่กำหนด จะช่วยลดโอกาสติดโอมิครอนสายพันธุ์ใหม่ได้ในระดับหนึ่ง
ติดเชื้อ BA.4-BA.5 เสี่ยงลงปอดง่าย
โอมิครอน BA.4 BA.5 หลบภูมิ-แพร่เร็ว ติดเชื้อซ้ำเสี่ยงป่วยหนัก-เสียชีวิตเพิ่ม
บทความแนะนำ
กลุ่ม 608 คืออะไร มีใครเข้าข่ายกลุ่มนี้บ้าง
โอมิครอน BA.2.75 สายพันธุ์ใหม่ที่แรงกว่า BA.5
เปรียบเทียบอาการโควิด โอมิครอน และ เดลต้า เหมือนตรงไหน ต่างอย่างไร
Long Covid หายป่วยโควิด แต่ไม่หายขาด ไปอีกนาน
โควิดลงปอด มีอาการผิดปกติอย่างไร
หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา และปัญหาเรื่องสุขภาพ สามารถปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยา Fascino ผ่านระบบเทเลฟาร์มมาซี เรายินดีให้คําปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพทุกช่องทาง
- ปรึกษาง่าย ๆ ไม่ต้องโหลดแอป ได้ที่ https://telepharmacy.fascino.co.th/
- Facebook : https://m.me/fascinohealthcarethailand
- Line : https://lin.ee/3mHf2nZ
- โทร : 02-111-6999


