ส่วนการผ่าตัดนั้นมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยวิธีนี้ เพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์มีมากขึ้น ทำให้การรักษาโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัดอีกต่อไป วิธีการนี้คือ การลดการกดทับของหมอนรองกระดูก หรือ Spinal Decompression The rapy (SDT) เป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ช่วยลดภาวะการรับน้ำหนักที่มากเกินไป พร้อมช่วยจัดเรียงแนวกระดูกสันหลังและฟื้นฟูหมอนรองกระดูกให้คืนสู่สภาพสมดุล
ด้าน นพ.อาลี เอส โมฮัมเมด จาก Harvard Medical School ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อธิบายถึงเทคโนโลยีลดการกดทับของหมอนรองกระดูก (SDT) ว่า เป็นการรักษาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เหมาะสำหรับรักษาอาการปวดคอ ปวดหลังเรื้อรัง และอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพราะปราศจากความเสี่ยงจากการฉีดยา การใช้ยาสลบ และการผ่าตัด โดยถูกออกแบบให้ลดแรงกดทับบนโครงสร้างที่อาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังบริเวณกระดูกสันหลัง สามารถบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน หมอนรองกระดูกเสื่อม และอาการปวดร้าวลงขา ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากพบว่าอาการปวดและอาการอื่นๆ ได้บรรเทาลงและลดลงอย่างต่อเนื่องในระหว่างการบำบัดรักษาด้วยวิธีนี้
โอกาสนี้ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์การปวดต้นคอและหลัง และได้รับการรักษาด้วยวิธีไคโรแพรคติก ได้ ถ่ายทอดความรู้สึกให้ฟัง อย่าง อุ้ย-สุทัศนีย์ คุณผลิน เล่าว่า ชอบทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงติดต่อกัน ท่านั่งก็อาจจะไม่ถูกหลักเท่าที่ควร เวลาออกไปข้างนอกยังชอบใส่สร้อยเส้นใหญ่ๆ ถือกระเป๋าใบโตๆ ใส่ของเยอะมาก ทำให้ปวดคอ ปวดไหล่ บางครั้งก็ปวดลามไปจนถึงศีรษะและมีก้อนแข็งๆบริเวณต้นคอด้วย สุดท้ายต้องไปพบแพทย์เข้ารับการรักษาด้วยไคโรแพรคติกแบบผสมผสานอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน จึงดีขึ้นมาก
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆที่หลายคนมองข้าม แต่ไม่ได้หมายความว่าภาวะผิดสมดุลเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเรา การดูแลตัวเองในเชิงป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะโครงสร้างผิดสมดุล ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า