เกี่ยวกับฟาสซิโน ร้านยาฟาสซิโน มุมสุขภาพกับฟาสซิโน ธุรกิจแฟรนไชส์ฟาสซิโน การตลาดกับฟาสซิโน ตำแหน่งงานว่าง ฟาสซิโน
     
   
ยาและเวชภัณฑ
   
 
drug-
 
   
เครื่องมือแพทย
   
 
 
   
เทคโนโลยีการแพทย
   
 
 
     
Fascino Home > News update med > milk
   
ข่าวสารและความรู้ใหม่ๆ : ยาและเวชภัณฑ
 

เร่งน้ำนม ด้วย "ยาประสะน้ำนม" ได้ผลจริงหรือ

 

          คุณแม่เพิ่งคลอดหลายคนมีความกังวล เรื่องการหลั่งของน้ำนม กลัวว่าจะไม่มีนมให้ลูกกิน ในการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้กับลูกน้อย ในฐานะแม่ย่อมทำทุกอย่างได้เพื่อลูก สรรหาสิ่งต่าง ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนม ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของลูก โดยการหันมาพึ่งยากระตุ้นน้ำนม ซึ่งได้รับความนิยมมากในกลุ่มแม่ที่ประสบปัญหาดังกล่าว ทีมงาน Life & Family ขอไขปัญหาและนำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน
       
       ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยากระตุ้นน้ำนม หรือ "ยาประสะน้ำนม" "มีนะ สพสมัย" ผู้เชี่ยวชาญและกรรมการมูลนิธิส่งเสริม การคลอดแบบธรรมชาติ และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า ยาประสะน้ำนม เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์แผนไทย สามารถใช้ได้จริง เพราะมีส่วนผสมมาจากสมุนไพรไทยหลายชนิด เช่น ขิง เครื่องเทศ น้ำผึ้ง ที่ช่วยการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด สมุนไพรบางชนิด มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบอวัยวะการสืบพันธุ์ ที่มีผลช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมของแม่หลังการคลอด
       
       ปัญหาดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับคนเป็นแม่ไม่น้อย สำหรับเรื่องที่ต้องมีน้ำนมให้ลูกกินภายใน 3 วันแรก บางครั้งความวิตกกังวลตัวก่อเหตุทำให้เกิดความเครียดสะสม ร่างกายทำงานไม่เต็มที่ ส่งผลเสียถึงการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย นี่เป็นสาเหตุแรกที่พบส่วนใหญ่ อีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด มาจากหลังการคลอด จะมีการใช้ยาบล็อคหลัง ยาแก้ปวด ซึ่งยาตัวนี้มีผลในการยับยั้ง และกดทับการผลิตฮอร์โมนของร่างกาย ทำให้การหลั่งของน้ำนมมีประสิทธิภาพน้อยลง ดังนั้นคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวล พอผ่านไป 4 วัน หลังคลอดน้ำนมก็จะไหลได้เป็นปกติ
       
       อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่า ก่อนที่คุณแม่จะหันไปพึ่งยาประสะน้ำนม ควรเริ่มต้นกระตุ้นด้วยวิธีธรรมชาติ คือ ให้ลูกกินนมเร็วที่สุดหลังการคลอดหรือภายใน 2 ชั่วโมง และให้กินบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าลูกจะไม่ดูดนมก็ตาม เพื่อสร้างความคุ้นเคย แม่ต้องพยายามให้ลูกดูดหรือกระตุ้นทุก ๆ 2 ชั่วโมง หรือ 18 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล และสามารถสร้างน้ำนมได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะ 2 วันหลังคลอดร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงมาก การหลั่งของน้ำนมจะเป็นระบบ เมื่อมีการถ่ายออก ก็จะมีกานสร้างน้ำนมมาทดแทน เพื่อให้เกิดความสมดุล



 

       
       นอกจากนั้นคุณแม่ต้องพยายามให้ลูกอมจุกนมเข้าไปลึก ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้น บางคนแค่เอาไปจ่อที่ปาก ลูกจะไม่ดูด กลไกการผลิตน้ำนมก็ไม่เกิดขึ้น และลูกก็ไม่ได้ฝึกกล้ามเนื้อ แต่เด็กจะมีสัญชาตญาณความอยู่รอดตั้งแต่กำเนิด เด็กจะอ้าปากรอเพื่อดูดนม แม่ต้องคอยสังเกตอาการอยากน้ำของลูกด้วย
       
       ในช่วง 6 สัปดาห์แรก การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายคุณแม่และคุณลูก จะทำงานไปพร้อม ๆ กัน เพื่อปรับสมดุล เมื่อลูกกินนมมาก ร่างกายของแม่ก็จะมีการผลิตน้ำนมตามปริมาณที่ลูกกิน ถ้าลูกกินนมได้อย่างสม่ำเสมอในเวลานี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลอดแบบธรรมชาติ และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แนะนำว่า คุณแม่ไม่จำเป็นต้องปั้มนมออก แต่เมื่อใดที่ลูกไม่กินนม ก็ควรจะมีการปั้ม เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง

       แต่หลังคลอด 3 เดือน สำหรับ Working Mom อย่างที่ทราบกันว่าสามารถลาคลอดได้ 90 วัน ต้องกลับมาทำงานตามปกติ จึงหนักอกหนักใจว่า ถ้าไม่ให้ลูกกินนมสม่ำเสมอ ร่างกายจะไม่ผลิตน้ำนม
       
       "ต้องมีการปั้มน้ำนมออก ให้ร่างกายสามารถผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง และควรเก็บน้ำนมไว้ในภาชนะที่สะอาด เช่น แก้ว พลาสติกใส สามารถเก็บได้ในอุณหภูมิห้อง นาน 6 – 8 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นการแช่เย็นก็สามารถเก็บได้นาน 1 สัปดาห์ ถ้าเป็นช่องแช่แข็งสามารถเก็บได้นานถึง 3 - 6 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรเก็บไว้นาน ควรให้ลูกได้กินนมที่สดใหม่ทุกวัน แต่ถ้าจำเป็นหรือว่ามีน้ำนมมากเกิน ควรให้ลูกกินสลับกันระหว่างน้ำนมสดกับน้ำที่เก็บไว้" พี่มีนะ อธิบาย
       
       หลีกเลี่ยงการใช้ยา หันพึ่งธรรมชาติ
       
       การใส่ใจสิ่งที่มาจากธรรมชาติ มักเป็นทางเลือกพื้นฐานที่เหมาะสม ขึ้นชื่อว่ามาจากธรรมชาติ ย่อมมีความปลอดภัยสูงกว่าสิ่งที่ผ่านการแปรรูป และเพิ่มส่วนผสมที่เป็นสารเคมี ในเรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะว่า ควรเริ่มจากการดูแลใส่ใจกับอาหาร เพราะเป็นตัวช่วยกระตุ้นน้ำนม และกระตุ้นการทำงานของระบบสืบพันธุ์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่าผักบางชนิดสามารถสร้างฮอร์โมนได้ เช่น ดอกขจร ดอกโสน หัวปลี ข้าวซ้อมมือ น้ำข้าวกล้อง งาดำ เม็ดขนุน ผักผลไม้ชนิดอื่น ๆ รวมถึงผักที่กำลังงอกจะมีฮอร์โมนสูง เน้นอาหารที่มาจากธรรมชาติปราศจากสารเคมี
       
       หลายคนคิดว่าการกินอาหารจำพวกนี้ จะต้องกินหลังคลอด เพื่อกระตุ้นน้ำนม แต่จริง ๆ สามารถกินได้ทุกเวลา เมื่อคุณต้องการดูแลเรื่องสุขภาพ เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนแต่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น ซึ่งเรามักมองข้ามและไม่ให้ความสำคัญกับอาหารที่ให้ เกลือแร่ เหล็ก สังกะสี ที่พบมากในผักผลไม้
       
       อย่างไรก็ตามหากมีการใช้ยาประสะน้ำนมหรือยากระตุ้นน้ำนม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ควรเลือกใช้ยาประสะน้ำนม ที่ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงสาธรณสุข และรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หากมีอาการผื่นแดงขึ้นตามตัวหรือริมฝีปากแห้ง ก็ควรหยุดรับประทาน ถ้ามีอาการช่องคลอดอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากระตุ้นน้ำนมทุกชนิด และเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติให้เลิกใช้ทันที

* ที่มา manager.co.th

 
 
Home | About Fascino | Contact Us | Sitemap
Copyright © 2009 | All Rights Reserved | Profascino Co., Ltd.