งานวิจัยชิ้นนี้ส่งตรงจาก Graduate School of Biomedical Engineering มหาวิทยาลัยโทโฮคุ เมืองเซนได โดยดร.ไคจุน นิอุ (Dr. Kaijun Niu) และทีมงานจากมหาวิทยาลัยดังกล่าวได้เปิดเผยข้อมูลของผู้สูงอายุทั้งหญิงและชาย (อายุ 70 ปีขึ้นไป) ที่มีอัตราการดื่มชาเขียววันละไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง และนำมาเปรียบเทียบกับผู้สูงอายุที่ดื่มเพียงวันละ 1 ครั้ง หรือน้อยกว่า พบว่า ผู้สูงอายุกลุ่มแรกนั้น มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าน้อยกว่ากลุ่มที่สองถึง 44 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ทั้งนี้ ตัวเลขด้านบนนั้น มาจากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มชาเขียว และการเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุจำนวนทั้งสิ้น 1,058 ราย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคุณตาคุณยายที่แข็งแรง ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพแต่อย่างใด

|
|
ทีมวิจัยพบว่าในจำนวนนี้มีทั้งสิ้น 488 รายที่ดื่มชาเขียว 4 ถ้วยขึ้นไปต่อวัน และมีคุณตาคุณยาย 284 รายที่ดื่มชาเขียว วันละ 2 - 3 ถ้วย และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ดื่มเพียง 1 ถ้วย หรือบางวันก็ไม่ได้ดื่มเลย
ดร.นิอุ ผู้ทำการศึกษาวิจัยดังกล่าวเปิดเผยว่า มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของชาเขียว ในแง่ของการลดความกังวลใจ ทำให้จิตใจสงบ แต่ยังไม่มีเรื่องในประเด็นของการลดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงอายุ เขาและทีมงานจึงสนใจที่จะศึกษาในประเด็นดังกล่าว และยังได้กล่าวอีกด้วยว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรดอะมิโน theanine ซึ่งเป็นส่วนประกอบของชาเขียวนั้นมีผลโดยตรงต่อสมอง ทำให้สมองปลอดโปร่ง และจิตใจผ่อนคลายจากความตึงเครียด จึงเป็นข้อดีที่ช่วยลดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงอายุได้นั่นเอง
ในทางตรงกันข้าม สำหรับเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น ชาอู่หลง กาแฟ ฯลฯ นั้นกลับไม่พบว่ามีส่วนช่วยลดความเสี่ยง ของการเกิดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงอายุแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติมอีก เพื่อยืนยันถึงประโยชน์ของการบริโภคชาเขียวว่าสามารถลดอาการซึมเศร้าได้จริง อีกทั้งทางรอยเตอร์ยังระบุด้วยว่า ทาง ดร.นิอุ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม ถึงปริมาณการบริโภคชาเขียวที่เหมาะสมในแต่ละวัน สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย
ที่มา ...ThaiHealth.org |