เกี่ยวกับฟาสซิโน ร้านยาฟาสซิโน มุมสุขภาพกับฟาสซิโน ธุรกิจแฟรนไชส์ฟาสซิโน การตลาดกับฟาสซิโน ตำแหน่งงานว่าง ฟาสซิโน
   
   
ยาและเวชภัณฑ
   
 
drug-
 
   
เครื่องมือแพทย
   
 
 
   
เทคโนโลยีการแพทย
   
 
 
     
   
บทความรอบรู้เรื่องสุขภาพ ฟาสซิโน
 

             ปัจจุบันนี้คนทุกเพศทุกวัยล้วนหันมาให้ความสนใจดูแลตัวเองกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของความสวยความงาม จนไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เครื่องสำอางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเราไปแล้ว ถึงแม้ว่าเครื่องสำอางจะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายค่อนข้างต่ำ แต่บางครั้งก็อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้เครื่องสำอางได้ ยกตัวอย่างกรณีของการใช้ครีมหน้าขาวแล้วเกิดอาการหน้าลอก เป็นผื่น กระดำกระด่างจนเสียโฉม ตามที่เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ หรือกรณีของการใช้แชมพูสระผมแล้วเกิดอาการแพ้ ผมร่วง เป็นต้น วันนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เครื่องสำอาง เพื่อที่จะได้เพิ่มความระมัดระวังและใช้เครื่องสำอางได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
                ก่อนอื่นเรามารู้จักเครื่องสำอางกันก่อนดีกว่า เครื่องสำอางที่เราเห็นกันในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ

1.     เครื่องสำอาง (Cosmetics) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ เพื่อความสะอาด และความสวยงามเท่านั้น เช่น สบู่ แป้ง ยาสีฟัน เป็นต้น
2.     เวชสำอาง (Cosmeceuticals) หมายถึง เครื่องสำอางที่รวมเอาคุณสมบัติของเครื่องสำอางและตัวยาไว้ด้วยกัน เช่น เครื่องสำอางที่ผสมกรดซาลิไซลิค ที่มีความเข้มข้นไม่เกิน 2 % (BHAs) จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก แต่ถ้าเกิน 2 % จะจัดเป็นยาใช้รักษาหูด หรือเชื้อรา เป็นต้น เครื่องสำอางชนิดนี้ ควรศึกษาถึงวิธีการใช้ และข้อควรระวังของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด หรือปรึกษาแพทย์ เภสัชกรก่อนใช้

อาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้เครื่องสำอาง

หลายคนคงสงสัยว่า อาการอย่างไรจึงจะเรียกว่าแพ้เครื่องสำอาง วันนี้เรามีคำตอบค่ะ สำหรับอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้เครื่องสำอางแบ่งออกได้เป็น 2 ระบบ คือ

1. อาการทางผิวหนัง เป็นอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดจากการใช้เครื่องสำอาง อาการที่พบบ่อย ได้แก่
1.1) อาการระคายเคือง (Irritation) เป็นอาการที่มักพบได้บ่อยกว่าการแพ้ เกิดจากการสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรด หรือด่างสูงๆ (เช่น น้ำยาดัดผม ครีมกำจัดขน AHAs BHAs) ผู้ใช้อาจมีอาการคันยิบๆ ปวดแสบปวดร้อน ผื่นแดงคัน และอาจมีตุ่มแดงหรือตุ่มน้ำ ระยะเวลาของการเกิดอาการ อาจเกิดได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมงหลังจากใช้เครื่องสำอาง หรือหากเป็นสารที่มีฤทธิ์ระคายเคืองเพียงเล็กน้อย อาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จึงจะเกิดอาการดังกล่าว
1.2) อาการแพ้ (Allergy) เป็นปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ผู้ใช้ที่เกิดการแพ้เครื่องสำอางจะมีอาการคัน บวม แดง อาจเห็นเป็นตุ่มน้ำสีแดงเล็กๆ หรือเป็นปื้นนูนแบบลมพิษ ถ้าแพ้มากอาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก บริเวณที่แพ้ได้บ่อย คือ ใบหน้า โดยเฉพาะรอบดวงตา เนื่องจากเป็นบริเวณที่ผิวบางที่สุด ผู้ใช้ที่แพ้สารชนิดใดแล้ว หากสัมผัสกับสารนั้นอีกแม้เพียงเล็กน้อยก็เกิดอาการแพ้ได้ ปัจจุบันมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์โดยใช้ข้อความ “Hypoallergenic” ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ โดยแท้จริงแล้วข้อความนี้หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตเชื่อว่าจะทำให้เกิดการแพ้ได้น้อย แต่ก็ไม่มีข้อกำหนดในการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามที่กล่าวอ้างอย่างชัดเจน
1.3) อาการพิษจากแสง (Phototoxicity) เป็นอาการผิวหนังอักเสบคล้ายกับอาการระคายเคือง เกิดจากการได้รับสารเคมีและเมื่อได้รับแสงแดดจะกระตุ้นให้เกิดการแพ้แดด เห็นเป็นรอยดำตรงบริเวณที่สัมผัสสารเคมี เครื่องสำอางที่มักก่อให้เกิดรอยดำ คือ น้ำหอม โคโลญจน์ บางครั้งผลิตภัณฑ์ที่มีสารจากธรรมชาติเช่น มะกรูด มะนาว แตงกวา ก็อาจทำให้เกิดรอยดำได้ นอกจากนี้ยารักษาฝ้าที่มีสารไฮโดรควิโนนในความเข้มข้นสูงๆ จะทำให้เกิดรอยดำบนใบหน้าได้อย่างถาวร ถึงแม้จะหยุดใช้รอยดำก็ไม่หายไป
1.4) สิว (Acne)ครื่องสำอางบางชนิดอาจมีส่วนประกอบของสารที่ทำให้เกิดสิว เช่น ลาโนลิน  สเตียรอยด์ เมื่อใช้ไปนานๆอาจทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้นหากคนที่อายุ 30-40 ปี ยังคงเป็นสิวอยู่ ให้สงสัยว่าเกิดจากเครื่องสำอางไว้ก่อน นอกจากนี้เครื่องสำอางที่อ้างว่า ไม่ก่อให้เกิดคอมมีโดน เมื่อใช้ไปนานๆ ก็อาจก่อให้เกิดสิวได้                                   

2. อาการทางระบบอื่นๆ เช่น อาการระคายเคืองตา เยื่อบุตาอักเสบ อาการระคายเคืองทางเดินหายใจ รวมทั้งพิษที่เกิดจากการใช้เป็นเวลานานๆ เช่น เกิดทารกผิดรูป เป็นต้น

                ปัจจุบันกฎหมายได้มีการกำหนดสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นอันตรายต่อผิวหนังและระบบอวัยวะภายใน แต่มักมีผู้ผลิตลักลอบใช้สารต้องห้าม ทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย เช่น

  1. -          สารปรอท ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหน้าขาวแบบกระดำกระด่าง หรือผิวหน้าดำ หากให้ไปนานๆ อาจเกิดการสะสมของสารปรอทในร่างกายทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
  2. -          สารไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง เกิดรอยดำ เป็นจุดด่างขาว เป็นฝ้าถาวร
  3. -          กรดวิตามินเอ ทำให้หน้าแดง แสบร้อน หน้าลอกอย่างรุนแรง และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

จะทำอย่างไร? เมื่อสงสัยว่าเกิดอาการข้างเคียงจากเครื่องสำอาง

1. หากใช้เครื่องสำอางแล้วมีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครั้งแรกหรือใช้มานานแล้วก็ตาม ให้หยุดใช้ทันที ถ้าใช้เครื่องสำอางหลายตัว ให้หยุดใช้ตัวที่ซื้อมาใหม่ก่อน หากหยุดใช้แล้วอาการดีขึ้น แสดงว่าอาการนั้นเกิดจากการแพ้เครื่องสำอางชนิดนั้น แต่ถ้ามีอาการแพ้รุนแรงมาก ให้หยุดใช้เครื่องสำอางทุกชนิด รอให้อาการดีขึ้นก่อนแล้วค่อยๆทดลองใช้ทีละตัว ถ้าไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ ค่อยใช้เครื่องสำอางตัวต่อไป

2. หากต้องการทดสอบว่า เครื่องสำอางชนิดนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดการแพ้หรือไม่ ให้ลองทาเครื่องสำอางนั้น บริเวณท้องแขนวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้นแสดงว่า แพ้เครื่องสำอางนั้นจริง ควรหยุดใช้ทันที

3. ถ้ามีอาการแพ้ หรือมีความผิดปกติรุนแรง ให้รีบไปพบแพทย์ผิวหนังทันที

คำแนะนำในการเลือกซื้อและเลือกใช้เครื่องสำอาง...อย่างปลอดภัย

1. ก่อนซื้อเครื่องสำอางควรอ่านฉลากให้ละเอียด ควรเลือกซื้อเครื่องสำอางที่มีฉลากภาษาไทย มีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง ส่วนประกอบ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ และปริมาณสุทธิ และควรซื้อจากร้านค้าหรือแหล่งที่เชื่อถือได้

2. หากต้องการซื้อเครื่องสำอางใหม่ที่ยังไม่เคยใช้มาก่อน ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ โดยทาผลิตภัณฑ์บริเวณท้องแขนหรือข้อมือด้านในทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้น แสดงว่าใช้ได้

3. ควรปฏิบัติตามวิธีใช้และข้อควรระวังตามที่ระบุในฉลากอย่างเคร่งครัด


4. เครื่องสำอางที่เปิดใช้แล้วควรปิดให้สนิทและเก็บในที่แห้งและเย็น เพื่อป้องกันการปนเปื้อนฝุ่นละออง และเชื้อโรค และยังช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุด้วย

                จากความรู้และข้อแนะนำต่างๆ ที่เราได้คุยกันในวันนี้ หวังว่าคงจะทำให้ท่านผู้อ่านมีความรู้ ความเข้าใจ และระมัดระวังการใช้เครื่องสำอางกันมากขึ้น อย่าลืมนะคะ ก่อนซื้อเครื่องสำอางต้องอ่านฉลากให้ละเอียดและทดสอบการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง คราวนี้ก็ได้เวลาสวยอย่างปลอดภัยแล้วนะคะ

เรียบเรียงโดย : ภญ. สุพัตรา  ลิ่มสุวรรณโชติ
อกสารอ้างอิง

  1. http://www.webmd.com
  2. http://www.fda.moph.go.th
  3. http://www.allergyclinic.co.nz
----------- เลือกบทความในหมวดที่สนใจ -----------
ความรูเกี่ยวกับยาสมุนไพรเพื่อสุขภาพสุขภาพเพื่อความงาม

 

 

 

 
Home | About Fascino | Contact Us | Sitemap
Copyright © 2009 | All Rights Reserved | Profascino Co., Ltd.